ขึ้นภูกระดึงเดือนไหนดี

เวอร์ชันสำหรับพิมพ์เวอร์ชันสำหรับพิมพ์Send to friendSend to friend
ขึ้นภูกระดึงเดือนไหนดี
โดย ลุงจิ๊บ-มารพิณ



เที่ยวภูกระดึงเป็นเรื่องของการวางแผนให้รอบคอบ นอกจากจะเที่ยวกี่วันแล้ว เรื่องของช่วงเดินทางที่เหมาะสมก็เป็นเรื่องสำคัญ จุดเด่นของภูกระดึงคงอยู่ที่แต่ละช่วง แต่ละเดือนจะให้บรรยากาศที่แตกต่างออกไป เรียกว่าหลากหลายอารมณ์มีให้เลือกว่างั้นเถอะ

ฤดูท่องเที่ยวประจำอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กินเวลานาน 8 เดือนต่อปี เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม ตรงนี้ phukradung.com ขอแบ่งออกได้เป็น 4 ช่วง แต่มีหน้าฝนที่ปิดภูให้ธรรมชาติฟื้นฟู ที่ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้น

1/ ปลายฝนต้นหนาว เดือนตุลา-พฤศจิกายน
2/ หน้าหนาว เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์
3/ หน้าร้อน-ป่าปิด เดือนมีนาคม-พฤษภาคม
4/ ปิดภูหน้าฝน เดือนมิถุนายน-กันยายน
ช่วงปลายฝนต้นหนาว (ต.ค.-พ.ย.)
สองเดือนนี้เป็นเดือนของความสดชื่นและท้าทาย เตรีบมอุปกรณ์กันฝนไปด้วยจะเหมาะกับการเดินทาง

เดือนตุลาคม และพฤศจิกายน จะเป็นเดือนของนักเดินทางมืออาชีพ ที่รอเวลาภูกระดึงเปิดในวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปีอย่างใจจรดใจจ่อ อันที่จริงสัปดาห์แรก หรือแม้แต่สองสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม สภาพของภูกระดึงอาจแทบจะไม่แตกต่างอะไรไปจากฤดูฝนเลยด้วยซ้ำ ฝูงทากจะยังเกลื่อนพงหญ้า ทางเดินบนภูจะเต็มไปด้วยโคลนแฉะ ๆ พระอาทิตย์ยามเช้าอาจยังหลบอยู่ในหมอกหนา
แต่สิ่งที่เป็นเสน่ห์ในสองอาทิตย์แรกของการเปิดภูกระดึงก็คือ สภาพบริสุทธิ์ของภูกระดึงที่ปลอดจาการรบกวนมานานหลายเดือนเต็ม ต้นไม้ ดอกไม้ข้างทางยังไม่ถูกเหยียบย่ำ มีพืชพวกขาวตอกฤาษี เห็ด เฟิน มอส ไลเคน รอยช้างป่าปรากฏไปทั่วบริเวณแม้แต่บริเวณริมผาก็ตาม พอนักเดินทางไต่ภูขึ้นมามากเรื่อย ๆ สัตว์ป่าเหล่านี้ก็จะกลับเข้าไปสู่บริเวณป่าปิดอีกครั้ง
ยิ่งเดือนพฤศจิกายนจะเป็นเดือนของการถ่ายภาพอย่างแท้จริง เพราะเป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี เมเปิ้ลสีแดง ตากล้องจะแบกเลนส์ขึ้นภูกันเป็นทิวแถว หลายคนที่เดินทางขึ้นภูในเดือนนี้ เป็นตากล้องมือดี หรือระดับมือพระกาฬในบางราย ใครเล่นกล้องก็ควรลองแวะมาหน่อย เผื่อจะได้และเปลี่ยนประสบการณ์ถ่ายภาพกับบรรดาเซียนพวกนี้

แต่ถ้าใครไม่ชอบทาก เกลียดกลัวอย่าบอกใคร ขอแนะนำว่า อดใจรอให้ถึงเดือนธันวาฯ พื้นดินแห้งสนิทเสียก่อนจึงจะปลอดภัยอย่างแท้จริง แต่อย่าไปกลัวเลยครับ เพราะธรรมชาติสองเดือนนี้จะสวยสดชื่นใจอย่าบอกใคร ไม่ควรพลาด
แต่ปีไหนที่อากาศแล้ง อย่างเช่นปี 46-47 ที่ผ่านมา ฝนจะทิ้งช่วงตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม พอแค่ปลายตุลาฯบรรดาทากก็หายไปหมดแล้ว
ใครที่ชอบธรรมชาติ น้ำตก ต้องมาภายในสองเดือนนี้ครับ ยิ่งมาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาฯยิ่งดี เพราะน้ำตกจะยังมีน้ำไหล สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกวังกวาง เพ็ญพบ โผนพบ ถ้ำใหญ่ ฯลฯ รับรองว่าได้ถ่ายภาพงาม ๆ สมใจแน่

ช่วงหน้าหนาว(ธ.ค.-ก.พ.)

หนาวกันแล้วสิ แถมหน้านี้มีวันหยุดวันลาเยอะ ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางกันได้สะดวกและเที่ยวได้มากวัน แต่คนบนภูจะเยอะหน่อยนะ

redcarpet.jpg
ใครมาจังหวะดีช่วงปลายพฤศจิกาถึงต้นธันวาจะได้เห็นใบเมเปิ้ลแดงแต่งแต้มผืนป่าราวกับพรมแดง

อากาศหนาวและหมอกยามเช้าจะเร้าใจนักท่องเที่ยวทั่วไป ให้ออกเดินทางมาเยือนภูกระดึงอย่างไม่ขาดสาย บางวันในหน้าเทศกาลอาจมีคนขึ้นถึง 1 หมื่นคน ! ดังนั้นควรเตรียมเต้นท์ส่วนตัวมาด้วย เพราะบ้านพักและเต้นท์ที่ทางอุทยานมีไว้ให้อาจรองรับได้ไม่พอ อย่าลืมอุปกรณ์กันหนาว พวกหมวก ถุงเท้าและเสื้อหนาวด้วยล่ะ
เสน่ห์ของหน้านี้คือ สายหมอกและลมหนาว อากาศจะเย็นลงเรื่อย ๆ ในราว 4-5 องศา หรืออาจติดลบในบางครั้งบางวันจนเกิด "แม่คะนิ้ง" หรือ เกล็ดน้ำแข็งเล็ก ๆ จับตัวตามยอดหญ้า พระอาทิตย์หน้าหนาวจะขึ้นและตกสวยจับใจทั้งที่ผานกแอ่นและผาหล่มสัก แสงยามเย็นจะเหลืองอร่ามจับยอดทิวสนริมผา
บางคนแซวว่า หน้านี้เหมือนหน้า "อวดเสื้อหนาว" ยิ่งขึ้นภูได้ รับรองได้ใช้แน่นอน ซึ่งก็เห็นจะจริง ติดหมวก ถุงมือ และถุงเท้าดี ๆ ไปด้วยเพราะร่างกายจะสูญเสียความร้อนจากสามจุดนี้มากที่สุด เสื้อหนาวเพียงแค่ตัวเดียวช่วยอะไรได้ไม่มากหรอก


ช่วงหน้าร้อนเข้าป่าปิด(มี.ค.-พ.ค.)

ถึงอากาศข้างล่างจะร้อนระอุด้วยเปลวแดดก็จริง แต่ด้วยความสูงกว่าหนึ่งกิโลเมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศบนนี้คงไม่อบอ้าวอย่างที่คิด หรือออกจะหนาวเสียด้วยซ้ำในบางวัน อุณหภูมิเฉลี่ยตกราว 20 องศา ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้มากนัก ดอกกุหลาบป่าจะบาน


ลำน้ำบางเส้นจะแห้งขอดเหลือแต่แอ่งน้ำเล็ก ๆ ตามร่องหิน  ก้อสวยไปอีกแบบครับ

หน้าร้อนนี้มีพิเศษอยู่อย่างหนึ่ง คือป่าปิด และน้ำตก บริเวณใจกลางภูนั้น จะเปิดเป็นบางส่วนให้นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าชมเป็นคณะ โดยมีเจ้าหน้าที่นำทางให้ ใครสนใจให้สอบถามกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ ที่ศูนย์วังกวางบนยอดภูกระดึงได้

ในปีที่แล้งน้ำตกหลายแห่งจะเหลือน้ำน้อย ถ้าใครจะชมความงามของน้ำตกคงจะมีไม่กี่แห่งให้เลือกชม แต่ข้อดีอย่างของหน้านี้ก็คือ อากาศที่สดชื่นเสมอสำหรับใครที่คิดจะหลบไอร้อนจากพื้นราบ มีวันหยุดเยอะ และนักท่องเที่ยวบางตา กว่าหน้าหนาว  ไม้ดอกหลายชนิดจะบานให้ยลโฉมในช่วงนี้
ช่วงหน้าฝน(มิ.ย.-ก.ย.)

ส่วนช่วงที่มีการปิดอุทยานในช่วงหน้าฝน เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นฟูนั้น จะเป็นช่วงเดือนมิถุนายน จนถึงเดือนกันยายน ของทุกปีซึ่งช่วงนี้โดยปกติทางเจ้าหน้าที่ จะไม่อนุญาติให้ใครขึ้น ยกเว้นจะเป็นกรณีการศึกษาวิจัย ถ่ายสารคดีและต้องขออนุญาติเป็นพิเศษเสียก่อนจากทางอุทยานฯ
ไม่แนะนำให้ไปเพราะไม่จำเป็นครับ

ลองสอบถามดูในเรื่องเส้นทางอื่นเช่น ศูนย์นาน้อย-น้ำตกตาดร้อง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ที่เชิงภูเปิดใหม่ ซึ่งน่าจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าได้ในช่วงหน้าฝน (สอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ) และไม่ต้องขึ้นไปบนยอดภูกระดึงให้ลำบาก


เดือนไหนอยู่ที่ใจคุณเอง

     แล้วสรุปจะไปเดือนไหนดี เรื่องนี้พูดยากเหมือนกัน ครับ
โดยปกติเดือนธันวาคม จะเป็นเดือนที่มีนักท่องเที่ยวเยอะที่สุด ฟังดูก็น่าจะเข้าใจได้เพราะมีวันหยุดต่อเนื่องหลายวัน และมีอากาศค่อนข้างหนาวถูกใจนักเดินทาง เดือนที่มีผู้มาเยือนรองลงมาก็คือ เดือนตุลาคม ก็คงเพราะเป็นบรรยากาศแบบ "ปลายฝนต้นหนาว" ฝนเริ่มซาลงแล้ว ยังมีดอกไม้บาน น้ำตกยังสวยเพราะมีน้ำอยู่ ไม่แล้งเหมือนช่วงอื่นอย่างเช่นเดือนเมษา-พฤษภาคมที่เป็นช่วงหน้าร้อน อากาศแล้ง บรรยากาศไม่โรแมนติกเหมือนเดือนอื่น ๆ ที่อากาศหนาวกว่า แต่ก็มีป่าปิดให้เข้าเยี่ยมชน และอากาศบนยอดภูยังเย็นสบาย ไม่ร้อนเหมือนด้านล่าง